วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

การเลี้ยงปลาสวยงามเบื้องต้น


การเลี้ยงปลาสวยงามหรือการเลี้ยงปลาตู้นั้นผมจะแบ่ง ประเด็นออกเป็น 3 ประเด็นใหญ่ๆซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่ผู้รักปลาสวยงามหรือผู้ที่สนใจจะเลี้ยงปลาสวยงามควรทราบ ได้แก่ 1.อุปกรณ์สำหรับเลี้ยงปลา 2.อาหารของปลาสวยงาม 3.โรคของปลา ซึ่งผมจะอธิบายประเด็นต่างๆตามที่ได้ศึกษา สังเกตุและเรียนรู้มาด้วยตนเองดังนี้

1.อุปกรณ์สำหรับเลี้ยงปลา
            ในการเลี้ยงปลาสวยงามนั้นสิ่งแรกเราควรที่จะต้องเตรียมอุปกรณ์และพิ้นที่สำหรับการวางตู้ปลา เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและง่ายต่อการดูแล สิ่งแรกที่เราควรคำนึงถึงคือ
            ตู้ปลา ตู้สำหรับเลี้ยงปลามีอยู่ด้วยกันหลายขนาดและหลายแบบแต่ที่นิยมใช้กันทั่วไปก็จะมีตู้ที่เป็น4เหลี่ยมและตู้ที่เป็นกระจกโค้ง ตู้ปลา4เหลี่ยมนี้มีขนาดตั้งแต่ 10 นิ้ว - 60 นิ้ว รวมถึงมีระดับความหนาของกระจกที่แตกต่างกันซึ่งการเลือกอย่างง่ายคือเลือกร้านที่เชื่อถือได้ว่าไม่รั่ว กระจกไม่แตกร้าว มีการรับประกันชัดเจน มีอุปกรณ์ครบทั้งขาตั้งและฝาครอบตู้
            ตัวปั๊ม ตัวปั๊มเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นต่อการเลี้ยงปลาสวยงามอย่างยิ่ง   หากไม่ใช้ปั๊มลมก็แทบจะทำให้ไม่สามารถดำเนินการเลี้ยงปลาสวยงามได้  หลักการทำงานของเครื่องปั๊มลม  ก็คือ  เครื่องจะปั๊มหรือดูดเอาอากาศตรงบริเวณที่เครื่องตั้งอยู่แล้วส่งผ่านออกไปตามท่อหรือสายลมซึ่งต่อไปจุ่มลงน้ำในตู้ปลา   และลมจะถูกทำให้กระจายตัวออกเป็นฟองอากาศลงไปในน้ำ  เพราะผ่านรูพรุนของหัวฟูหรือหัวทรายที่ปลายสายลม   ออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศก็จะละลายลงในน้ำในขณะที่ฟองอากาศลอยขึ้นผิวน้ำ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างอ๊อกซิเจนให้กับปลาเพื่อให้ปลามีอากาศเพียงพอในการดำรงชีวิต 
            เครื่องกรองน้ำสำหรับตู้ปลา การกรองน้ำในตู้ปลามีความสำคัญมาก เพราะการเลี้ยงปลาสวยงามผู้เลี้ยงต้องการให้มีความสวยงามมากที่สุด น้ำควรจะต้องใส ไม่มีเศษอาหาร ตะกอน หรือสิ่งขับถ่ายของปลามาลอยรบกวนสายตา อีกทั้งยังช่วยกำจัดสิ่งไม่ต้องการดังกล่าวออกจากตู้ปลาได้ด้วย ทำให้น้ำมีคุณภาพดี ส่งผลให้ปลามีสุขภาพดีด้วย ซึ่งการกรองจะมีทั้งระบบกรองในตู้ กรองนอกตู้ กรองบน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะเลือกแบบไหนตามความชอบ
             เครื่องทำความร้อนหรือฮีตเตอร์ (Heater)           
            เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปรับอุณหภูมิของน้ำในตู้หรือในบ่อปลาโดยมักจะพยายามปรับให้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือร้อนขึ้น นิยมใช้ในฤดูหนาวและใช้กับการเลี้ยงปลาบางชนิด ฮีตเตอร์จะมีจำหน่ายตามร้านขายปลาสวยงามทั่วไป ลักษณะเป็นหลอดแก้ว ภายในมีขดลวดนำความร้อนมีหน่วยการใช้งานเป็นวัตต์มีให้เลือกหลายขนาดผู้เลี้ยงควรเลือกให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำในตู้ปลา โดยอาจพิจารณาจากขนาด  1  วัตต์  ต่อปริมาตรน้ำ  1  ลิตร
            หลอดไฟสำหรับตู้ปลา หลอดไฟในตู้ปลานี้นอกจากจะช่วยให้ความสว่างให้แก่ตู้ปลาแล้ว ยังช่วยให้ปลาในตู้มีสีสันที่สวยงามมากขึ้น หลอดไฟในตู้ปลามีด้วยกัน2 แบบคือ ไฟสำหรับให้แสงสว่างและไฟสำหรับให้ไม้น้ำสังเคราะห์แสง
            สุดท้ายเป็นอุปกรณ์ตกแต่งในตู้ปลา มีทั้งขอนไม้ หิน ต้นไม้น้ำ ทรายหยาบ ทรายละเอียดเปลือกหอยและอุปกรณ์ประดิษฐ์ต่างๆ ซึ่งการเลือกใช้อุปกรณ์เหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและงบประมาณของแต่ละคน ว่าจะชอบแบบไหนตกแต่งแบบไหน

2.อาหารของปลาสวยงาม 


            อาหารของปลาสวยงามเป็นสิ่งที่สำคัญและต้องศึกษาและสังเกตุด้วยตนเองด้วยเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากปลาที่เราเลี้ยงไม่กินอาหารหรือเราให้อาหารไม่ตรงกับที่ปลาทานก็จะทำให้ปลาตายได้ในที่สุด ซึ่งอาหารของปลาแบ่งออกเป็น อาหารสำเร็จรูปหรือที่เรียกว่าอาหารลอย 
            อาหารแผ่นบาง  (flakes)ส่วนใหญ่ใช้กับปลาได้ทุกชนิดเป็นที่รู้จักทั่วไป และเหมาะกับปลาที่อยู่กลางน้ำ คุณสมบัติลอยน้ำในระยะหนึ่งจากนั้นจะจม อาหารที่ดีต้องไม่ทำให้น้ำขุ่น และไม่ทำให้น้ำเสียหาย มักมีการผสมสีลงในอาหารเพื่อให้เกิดความสวยงาม และเป็นที่พอใจของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม
            อาหารแช่แข็ง อาหารที่นิยมนำมาแช่แข็ง ได้แก่ อาร์ทีเมีย  หนอน แดง ไรแดง และลูกน้ำ วิธีการใช้อาหารประเภทนี้ควรแบ่งออกมาให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ และใส่น้ำผสมให้เข้ากันอย่างดี ตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน เทน้ำส่วนบนทิ้ง นำไปเลี้ยงต่อไป  นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเติมสาร อาหารหรือยาปฏิชีวนะที่จำเป็นไปด้วย เช่น วิตามินซี ออกซิเตทตร้าซัยคลิน วิธีการนี้เกษตรกรทั่วไปนิยมใช้ในกรณีที่มีผลผลิตมาก ๆ  เอาอาหารเหล่านั้นมาใส่ถาดเกลี่ยอาหารให้ทั่วถาดไม่ให้หนามากนัก และแช่แข็งเก็บไว้ใช้ต่อไป

            อาหารเกล็ด เป็นอาหารจมเหมาะสมกับปลาที่หากินก้นบ่อ ส่วนใหญ่เป็นอาหารสำเร็จรูปผลิตจากโรงงานอาหารแห้งซึ่งประกอบด้วยวัสดุอาหาร ต่าง ๆ มากมาย เช่น แมลงบดแห้ง ไรแดงบดแห้ง เนื้อปลาบด  เศษเนื้อบด แป้งสาลี ผักขม สาหร่าย อัตราส่วนแตกต่างกันตามความต้องการของปลาแต่ละชนิด
และอาหารมีชีวิต เช่น กุ้ง หนอน แมลง แพลงตอน เป็นต้นในการให้อาหารปลานอกจากจะต้องคำนึงว่าปลาแต่ละชนิดกินอะไร เวลาในการให้และการสังเกตุอาการอิ่มของปลาก็สำคัญ ซึ่งการให้อาหารปลาไม่จำเป็นต้องกำหนดเวลาที่แน่นอน เราอาจให้ตอนเช้า ตอนเที่ยง หรือตอนเย็น ก็ได้แต่ให้สังเกตุว่าปลาไม่กินแล้วอาหารเริ่มเหลือแล้วก็หยุดให้เพราะเศษอาหารที่เหลือค้างมากๆจะทำให้น้ำในตู้เสียส่งผลให้ปลาเกิดโรคได้

3.โรคของปลา
            โรคของปลา ซึ่งโรคสำหรับปลาสวยงามนั้นเมื่อเป็นแล้วควรรีบรักษาให้เร็วที่สุดเพราะนอกจากจะช่วยรักษาอาการของปลาตัวนั้นๆแล้วยังช่วยลดการแพร่กระจายไปยังปลาตัวอื่นๆเนื่องจากปลาในตู้เป็นการอาศัยรวมกันในพื้นที่จำกัด การติดเชื่อจึงเกิดได้ง่ายกว่าปลาในธรรมชาติ โรคที่เกิดในปลาส่วนมีสาเหตุดังนี้
            1.โรคที่เกิดจากอาหาร ทำให้ปลามีรูปร่างไม่สมประกอบ อาจเกิดมาจากสภาวะแวดล้อมไม่เหมาะสม หรืออาจเกิดจากกินอาหารที่ขาดวิตามินและเกลือแร่
            2.โรคที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม เกิดจากความเป็นกรดด่างของน้ำ การเปลี่ยนแปลงของน้ำโดยฉับพลันจะทำใหเปลามีอาการสีจางและเฉื่อยชา
            3.โรคที่เกิดจากรา พบมากได้แก่โรค gill rot เกิดจากราเส้น ซึ่งจะปรากฎเป็นผื่นแดงที่เหงือก ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีเทา ทำให้ปลาหายใจไม่สะดวก
            4.โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย มักเกิดขึ้นกับปลาเมืองหนาว มีอาการตุ่มตามลำตัวและในกล้ามเนื้อ เมื่อตุ่มนี้แตกจะกลายเป็นแผล มีราเข้าเกาะ
ซึ่งการรักษาโรคปลาต่างๆเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและความชำนาญหรืออาจสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพราะในปัจจุบันเกิดโรคใหม่ๆมากขึ้นมีสาเหตุและอาการที่รุนแรงมากขึ้นไม่เพียงแต่กับสัตว์ที่เราเลี้ยง โรคที่เกิดกับคนก็รุนแรงมากขึ้นเช่นกัน

            ดังนั้นข้อมูลต่างๆเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่สนใจ หรือมือใหม่ที่มีใจรักในการเลี้ยงปลาสวยงามได้ทราบข้อมูลและเป็นแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้และปฎิบัติได้แต่นี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลขั้นพื้นฐานเท่านั้น ยังมีข้อมูลเชิงลึกอีกมากที่ผมยังไม่ได้กล่าวไปข้างตน ซึ่งผมจะนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นมาให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจและติดตามต่อไป

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์

การเลี้ยงปลา โดย จุนพงษ์ ได้อนุญาตให้ใช้ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบAttribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น