การเลี้ยงปลาสวยงามหรือการเลี้ยงปลาตู้นั้นผมจะแบ่ง
ประเด็นออกเป็น 3 ประเด็นใหญ่ๆซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่ผู้รักปลาสวยงามหรือผู้ที่สนใจจะเลี้ยงปลาสวยงามควรทราบ
ได้แก่ 1.อุปกรณ์สำหรับเลี้ยงปลา 2.อาหารของปลาสวยงาม
3.โรคของปลา ซึ่งผมจะอธิบายประเด็นต่างๆตามที่ได้ศึกษา
สังเกตุและเรียนรู้มาด้วยตนเองดังนี้
1.อุปกรณ์สำหรับเลี้ยงปลา
ในการเลี้ยงปลาสวยงามนั้นสิ่งแรกเราควรที่จะต้องเตรียมอุปกรณ์และพิ้นที่สำหรับการวางตู้ปลา
เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและง่ายต่อการดูแล สิ่งแรกที่เราควรคำนึงถึงคือ
ตู้ปลา
ตู้สำหรับเลี้ยงปลามีอยู่ด้วยกันหลายขนาดและหลายแบบแต่ที่นิยมใช้กันทั่วไปก็จะมีตู้ที่เป็น4เหลี่ยมและตู้ที่เป็นกระจกโค้ง ตู้ปลา4เหลี่ยมนี้มีขนาดตั้งแต่
10 นิ้ว - 60 นิ้ว รวมถึงมีระดับความหนาของกระจกที่แตกต่างกันซึ่งการเลือกอย่างง่ายคือเลือกร้านที่เชื่อถือได้ว่าไม่รั่ว
กระจกไม่แตกร้าว มีการรับประกันชัดเจน มีอุปกรณ์ครบทั้งขาตั้งและฝาครอบตู้
ตัวปั๊ม ตัวปั๊มเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นต่อการเลี้ยงปลาสวยงามอย่างยิ่ง หากไม่ใช้ปั๊มลมก็แทบจะทำให้ไม่สามารถดำเนินการเลี้ยงปลาสวยงามได้ หลักการทำงานของเครื่องปั๊มลม ก็คือ
เครื่องจะปั๊มหรือดูดเอาอากาศตรงบริเวณที่เครื่องตั้งอยู่แล้วส่งผ่านออกไปตามท่อหรือสายลมซึ่งต่อไปจุ่มลงน้ำในตู้ปลา และลมจะถูกทำให้กระจายตัวออกเป็นฟองอากาศลงไปในน้ำ
เพราะผ่านรูพรุนของหัวฟูหรือหัวทรายที่ปลายสายลม ออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศก็จะละลายลงในน้ำในขณะที่ฟองอากาศลอยขึ้นผิวน้ำ
เป็นกลไกสำคัญในการสร้างอ๊อกซิเจนให้กับปลาเพื่อให้ปลามีอากาศเพียงพอในการดำรงชีวิต
เครื่องกรองน้ำสำหรับตู้ปลา การกรองน้ำในตู้ปลามีความสำคัญมาก
เพราะการเลี้ยงปลาสวยงามผู้เลี้ยงต้องการให้มีความสวยงามมากที่สุด น้ำควรจะต้องใส
ไม่มีเศษอาหาร ตะกอน หรือสิ่งขับถ่ายของปลามาลอยรบกวนสายตา
อีกทั้งยังช่วยกำจัดสิ่งไม่ต้องการดังกล่าวออกจากตู้ปลาได้ด้วย ทำให้น้ำมีคุณภาพดี
ส่งผลให้ปลามีสุขภาพดีด้วย ซึ่งการกรองจะมีทั้งระบบกรองในตู้ กรองนอกตู้ กรองบน
ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะเลือกแบบไหนตามความชอบ
เครื่องทำความร้อนหรือฮีตเตอร์ (Heater)
เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปรับอุณหภูมิของน้ำในตู้หรือในบ่อปลาโดยมักจะพยายามปรับให้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือร้อนขึ้น
นิยมใช้ในฤดูหนาวและใช้กับการเลี้ยงปลาบางชนิด
ฮีตเตอร์จะมีจำหน่ายตามร้านขายปลาสวยงามทั่วไป ลักษณะเป็นหลอดแก้ว
ภายในมีขดลวดนำความร้อนมีหน่วยการใช้งานเป็นวัตต์มีให้เลือกหลายขนาดผู้เลี้ยงควรเลือกให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำในตู้ปลา
โดยอาจพิจารณาจากขนาด 1 วัตต์ ต่อปริมาตรน้ำ
1 ลิตร
หลอดไฟสำหรับตู้ปลา หลอดไฟในตู้ปลานี้นอกจากจะช่วยให้ความสว่างให้แก่ตู้ปลาแล้ว
ยังช่วยให้ปลาในตู้มีสีสันที่สวยงามมากขึ้น หลอดไฟในตู้ปลามีด้วยกัน2 แบบคือ ไฟสำหรับให้แสงสว่างและไฟสำหรับให้ไม้น้ำสังเคราะห์แสง
สุดท้ายเป็นอุปกรณ์ตกแต่งในตู้ปลา มีทั้งขอนไม้ หิน ต้นไม้น้ำ ทรายหยาบ
ทรายละเอียดเปลือกหอยและอุปกรณ์ประดิษฐ์ต่างๆ ซึ่งการเลือกใช้อุปกรณ์เหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและงบประมาณของแต่ละคน
ว่าจะชอบแบบไหนตกแต่งแบบไหน
2.อาหารของปลาสวยงาม
อาหารของปลาสวยงามเป็นสิ่งที่สำคัญและต้องศึกษาและสังเกตุด้วยตนเองด้วยเป็นอย่างมาก
เพราะถ้าหากปลาที่เราเลี้ยงไม่กินอาหารหรือเราให้อาหารไม่ตรงกับที่ปลาทานก็จะทำให้ปลาตายได้ในที่สุด
ซึ่งอาหารของปลาแบ่งออกเป็น อาหารสำเร็จรูปหรือที่เรียกว่า”อาหารลอย”
อาหารแผ่นบาง (flakes)ส่วนใหญ่ใช้กับปลาได้ทุกชนิดเป็นที่รู้จักทั่วไป
และเหมาะกับปลาที่อยู่กลางน้ำ คุณสมบัติลอยน้ำในระยะหนึ่งจากนั้นจะจม อาหารที่ดีต้องไม่ทำให้น้ำขุ่น
และไม่ทำให้น้ำเสียหาย มักมีการผสมสีลงในอาหารเพื่อให้เกิดความสวยงาม
และเป็นที่พอใจของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม
อาหารแช่แข็ง
อาหารที่นิยมนำมาแช่แข็ง ได้แก่ อาร์ทีเมีย หนอน แดง ไรแดง และลูกน้ำ
วิธีการใช้อาหารประเภทนี้ควรแบ่งออกมาให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ
และใส่น้ำผสมให้เข้ากันอย่างดี ตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน เทน้ำส่วนบนทิ้ง
นำไปเลี้ยงต่อไป
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเติมสาร อาหารหรือยาปฏิชีวนะที่จำเป็นไปด้วย เช่น
วิตามินซี ออกซิเตทตร้าซัยคลิน วิธีการนี้เกษตรกรทั่วไปนิยมใช้ในกรณีที่มีผลผลิตมาก
ๆ เอาอาหารเหล่านั้นมาใส่ถาดเกลี่ยอาหารให้ทั่วถาดไม่ให้หนามากนัก
และแช่แข็งเก็บไว้ใช้ต่อไป
อาหารเกล็ด
เป็นอาหารจมเหมาะสมกับปลาที่หากินก้นบ่อ
ส่วนใหญ่เป็นอาหารสำเร็จรูปผลิตจากโรงงานอาหารแห้งซึ่งประกอบด้วยวัสดุอาหาร ต่าง ๆ
มากมาย เช่น แมลงบดแห้ง ไรแดงบดแห้ง เนื้อปลาบด
เศษเนื้อบด แป้งสาลี ผักขม สาหร่าย
อัตราส่วนแตกต่างกันตามความต้องการของปลาแต่ละชนิด
และอาหารมีชีวิต
เช่น กุ้ง หนอน แมลง แพลงตอน
เป็นต้นในการให้อาหารปลานอกจากจะต้องคำนึงว่าปลาแต่ละชนิดกินอะไร
เวลาในการให้และการสังเกตุอาการอิ่มของปลาก็สำคัญ ซึ่งการให้อาหารปลาไม่จำเป็นต้องกำหนดเวลาที่แน่นอน
เราอาจให้ตอนเช้า ตอนเที่ยง หรือตอนเย็น
ก็ได้แต่ให้สังเกตุว่าปลาไม่กินแล้วอาหารเริ่มเหลือแล้วก็หยุดให้เพราะเศษอาหารที่เหลือค้างมากๆจะทำให้น้ำในตู้เสียส่งผลให้ปลาเกิดโรคได้
3.โรคของปลา
โรคของปลา ซึ่งโรคสำหรับปลาสวยงามนั้นเมื่อเป็นแล้วควรรีบรักษาให้เร็วที่สุดเพราะนอกจากจะช่วยรักษาอาการของปลาตัวนั้นๆแล้วยังช่วยลดการแพร่กระจายไปยังปลาตัวอื่นๆเนื่องจากปลาในตู้เป็นการอาศัยรวมกันในพื้นที่จำกัด
การติดเชื่อจึงเกิดได้ง่ายกว่าปลาในธรรมชาติ โรคที่เกิดในปลาส่วนมีสาเหตุดังนี้
1.โรคที่เกิดจากอาหาร ทำให้ปลามีรูปร่างไม่สมประกอบ
อาจเกิดมาจากสภาวะแวดล้อมไม่เหมาะสม
หรืออาจเกิดจากกินอาหารที่ขาดวิตามินและเกลือแร่
2.โรคที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม เกิดจากความเป็นกรดด่างของน้ำ
การเปลี่ยนแปลงของน้ำโดยฉับพลันจะทำใหเปลามีอาการสีจางและเฉื่อยชา
3.โรคที่เกิดจากรา พบมากได้แก่โรค gill rot เกิดจากราเส้น
ซึ่งจะปรากฎเป็นผื่นแดงที่เหงือก ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีเทา ทำให้ปลาหายใจไม่สะดวก
4.โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย มักเกิดขึ้นกับปลาเมืองหนาว
มีอาการตุ่มตามลำตัวและในกล้ามเนื้อ เมื่อตุ่มนี้แตกจะกลายเป็นแผล มีราเข้าเกาะ
ซึ่งการรักษาโรคปลาต่างๆเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและความชำนาญหรืออาจสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพราะในปัจจุบันเกิดโรคใหม่ๆมากขึ้นมีสาเหตุและอาการที่รุนแรงมากขึ้นไม่เพียงแต่กับสัตว์ที่เราเลี้ยง
โรคที่เกิดกับคนก็รุนแรงมากขึ้นเช่นกัน
ดังนั้นข้อมูลต่างๆเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่สนใจ
หรือมือใหม่ที่มีใจรักในการเลี้ยงปลาสวยงามได้ทราบข้อมูลและเป็นแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้และปฎิบัติได้แต่นี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลขั้นพื้นฐานเท่านั้น
ยังมีข้อมูลเชิงลึกอีกมากที่ผมยังไม่ได้กล่าวไปข้างตน ซึ่งผมจะนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นมาให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจและติดตามต่อไป

การเลี้ยงปลา โดย จุนพงษ์ ได้อนุญาตให้ใช้ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบAttribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น